-OriFic-

[OriFic] Yume no BishinHito Monogatari Ep 1

posted on 04 Jul 2011 14:21 by yusayo1994 in -OriFic-

Title : Yume no BishinHito Monogatari [Original Fiction]
Generation : Boy Love 18+/ Japanese Period
Summary : เมื่อโชคชะตาพานพบให้ชายหนุ่มรูปงามราวหญิงสาวที่ร่อนเร่ไปตามงานเทศกาลต่างๆให้ไปเจอกับซามุไรนิรนาม ความสัมพันธ์ที่เกิดจากเหตุการณ์คับขันจะแปรเปลี่ยนให้เป็นความรักได้หรือไม่ โปรดติดตาม..

Episode 1

          ยามดึกสงัดของหมู่บ้านโซนิมิจิที่ประดับประดาไปด้วยแสงไฟและร้านขนมของเล่น รวมถึงการแสดงโชว์บันเทิงต่างๆนานา เพราะวันนี้มีงานเทศกาลสำคัญซึ่งหนึ่งปีจะมีจัดเพียงแค่สามครั้งต่อปีเท่านั้น ผู้คนทั้งจากหมู่บ้านข้างๆและจากต่างแดนก็ม้เข้าร่วมงานนี้กันอย่างคับคั่ง
          ..และแน่นอน ในที่ที่มีความสว่าง ก็ย่อมมีที่มืดเช่นกัน

          “ปล่อยข้านะ…!” เสียงตะโกนออกจากมุมมืดร้องด้วยความตกใจปนหวาดกลัว ชาย หนุ่มแปลกหน้ากลุ่มใหญ่ท่าทางน่ากลัวเอื้อมมือปิดปากอันเป็นต้นเหตุของการเกิดเสียงแน่นจนร่างบางแทบจะหายใจไม่ออก การดิ้นรนทั้งหมดถูกพันธนาการไว้ด้วยแรงกดและบีบของชายเหล่านั้น

          “อยู่เงียบๆหน่อยสิวะ!!!” ชายแปลกหน้าที่ดูแวน่าจะป็นหัวหน้าตะโกนสั่งอย่างไม่เกรงกลัวใคร นียน์ตากลมโตค้างนิ่งไปที่เรือนร่างของผู้ถูกทำร้าย ส่อแววให้รู้ว่าเหตุการณ์ต่อจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร ..หากไม่มีใครเข้ามาขัดขวาง ร่างบางหลับตาปี๋ ทันใดนั้นเอง..

          “หยุดเดี๋ยวนี้นะพวกแก!”

          นอกจากเสียงทุ้มตะโกนบอกให้หยุดแล้วยังมีเสียงเหมือนคนต่อยอย่างแรงดังเข้าโสตประสาทการได้ยินด้วย ความรู้สึกเจ็บปวดของร่างกายอยู่ๆก็อันตรธานหายไปดื้อๆ เมื่อลืมตาแล้วก็พบว่าชายแปลกหน้าทั้งหลายได้วิ่งออกจากพื้นที่นี้ไปคนละทางแล้วเรียบร้อย บรรยากาศมืดมิดและความเงียบนั้นทำให้ทุกอย่างดูสงบลงในพริบตา

          ..แต่หากในความมืดนั้นมีชายร่างโปร่งที่เป้นผู้มีพระคุณคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้า

          “ลุกไหวมั้ย” ชายร่างสูงตรงหน้าเอ่ยปากถามพร้อมยื่นมือมาให้ การแต่งตัวของเขานั้นไม่ต่างจากชาวบ้านทั่วไป ทรงผมสั้นเกือบเกรียนชี้ตั้งไม่เป้นทิศไม่เป็นทาง แต่สิ่งที่เตือนว่าคนๆนี้ไม่ใช่คนธรรมดานั่นคือดาบยาวที่มีแต่ซามุไรไปจนถึงคนชั้นสูงเท่านั้นที่จะติดตัวเท่านั้น มือบางยืดขึ้นไปจับมือนั้นไว้แล้วยันตัวเองให้ลุกขึ้น ..เป็นอย่างที่คิดจริงๆว่าชายผู้นี้คือซามุไรจากความสากด้านของมือ แต่ถึงจะสากอย่างไร ความนุ่มของผิวหนังนั้นก็มากกว่าซามุไรทั่วไปที่เขาเคยสัมผัสมาอยู่ดี

          “ขอบคุณนะ” ริมฝีปากบางเผยยิ้มฝืนออกมา รู้สึกขอบคุณ แต่ก็หวาดกลัวว่าเขาคนนี้จะทำกับเขาแบบนี้เช่นเดียวกับกลุ่มอันธพาลเมื่อครู่หรือไม่ เพราะใบหน้าของคนตรงหน้าถ้าไม่พิศเพ่งดูดีๆอาจจะคิดว่าเป็นโจรตามซอกหลืบของเมืองเลยก็ได้

          เมื่อร่างบางลุกขึ้นยืนจนตั้งตัวได้แล้วจึงคลายมือออกอย่างรวดเร็วแล้วจัดเสื้อผ้าของตนให้เรียบร้อย รอยแดงบางรอยนั้นจางไปแล้ว แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะคิดในตอนนี้เมื้อเสียงหัวใจเต้นดังตึกตักเพราะความกลัวจนเกรงวาความมืดนี้จะช่วยขับให้เสียงนั้นดังขึ้นมาอีก

          “เป็นผู้หญิงก็อย่าเดินคนเดียวในที่แบบนี้อีกละกัน ที่แถวนี้มันเปลี่ยว” หนุ่มซามุไรผู้นั้นเอ่ยปากออกมา และด้วยเพศที่ชายหนุ่มนั้นเอ่ยปากออกมาทำให้ร่างเพรียวถึงกับขมวดคิ้ว

          “เราไม่ใช่ผู้หญิงนะ!” เสียงหวานเอ่ยตะคอกกลับในทันที หนุ่มซามุไรผู้นั้นแค่นหัวเราะขึ้นจมูกออกมา
          “อย่าล้อข้าเล่นเลยน่า เจ้าน่ะ ดูยังไงก็ผู้หญิง”

          ..เรือนผมลอนคลายสีดำยาวลงมาถึงเอว ใบหน้าเรียวขาวใส ดวงตากลมโตเปล่งประกายสะท้อนแสงจันทรา สันจมูกคมยิ่งขับให้ใบหน้าดูเด่นขึ้น รวมถึงพวงแก้มและริมฝีปากบางสีชมพูอ่อนๆราวกับแต่งเติมด้วยเครื่องสำอาง ไหนจะทรวดทรงองค์เอวที่งดงามกว่าหญิงใดที่เขาเคยเห็นมาเสียอีก

          “เราเป็นผู้ชายจริงๆนะ ไม่เชื่อท่านก็ลองพิสูจน์ดูสิ!”

          มีคนเคยกล่าวไว้ว่าเวลามทนุษย์มีบันดาลโทสะขึ้นมา จะทำอะไรก็คงไม่รู้สึกตัวนั้นน่าจะเป็นจริง เพราะร่างบางนั้นยื่นมือไปยกข้อมือของหนุ่มซามุไรผู้นั้นขึ้นมาทาบที่อก.. สัมผัสแบนราบนั้นเป็นเครื่องย้ำเตือนว่าคนตรงหน้านี้เป็นเพศเดียวกับตนอย่างไม่ผิดแน่นอน

          “เชื่อรึยังล่ะว่าเราเป็นผู้ชายน่ะ!” เอ่ยเสียงดังพร้อมสะบัดมือนั้นออก ก้มหน้างุดเมื่อรู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไป แม้จะเปลืองตัวไปหน่อย แต่ถ้าทำให้ลบคำพูดที่ว่าเป็นผู้หญิงออกไปได้ก็ยินดี

          “อ..เออ…เชื่อก็ได้…เชื่อแล้ว” หนุ่มผมสั้นพูดเสียงตะกุกตะกัก ไม่คิดว่าจะมีคนใจกล้าทำเช่นนี้ บรรยากาศเงียบสงัดเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อไร้บทสนทนาใดๆอยู่ชั่วครู่จนชายหนุ่มร่างสูงเอ่ยปากออกมาเอง

          “เจ้ามากับใครรึปล่าว? ให้ข้าไปส่งมั้ย?” คำถามนี้ได้ผล ใบหน้าหวานเงยขึ้นมาให้เห็นชัดๆอีกครั้ง ..ดูยังไงก็ไม่เหมือนผู้ชายจริงๆ…

          “เรามากับเพื่อนของเราน่ะ แล้วเราหลงกัน”
          “งั้นให้ข้าเดินตามหาเป็นเพื่อนมั้ยล่ะ?”
          “ถ..ถ้าไม่รบกวน ก็ช่วยหน่อยละกัน”

          ทันทีที่พูดจบประโยค หนุ่มซามุไรผู้นั้นก็คว้าข้อแขนเบาๆและพาเดินออกไปจากหลืบมุมมืดนั้นทันที ทั้งสองคนเดินไปด้วยกันท่ามกลางแสงไฟสว่าง แม้รอบตัวจะเต็มไปด้วยเสียงเพลงหรือเสียงคุยกันจากคนทั่วไปยังไง ก็ไม่อาจทำให้คนที่พึ่งเจอกันมีเรื่องให้คุยซักที ทั้งสองคนเดินไปหยุดที่ร้านน้ำชาแห่งหนึ่งในงานเทศกาล ต่างคนก็ต่างสั่งเครื่องดื่มที่ตนถนัดมา
ระหว่างที่รอเครื่องดื่มนั้นมาถึง เป็นหนุ่มผมสั้นที่เปิดประเด็นอีกครั้ง

          “เอ่อ..เจ้าชื่ออะไร?”
          “ชิน..”
          “อะไรนะ?”
          “เราชื่อชิน ไม่มีนามสกุล แต่คนชอบเรียกว่าบิชิน*” ผู้ที่เอ่ยปากเมื่อครู่พูดแล้วทำหน้าบึ้งนิดหนึ่ง
          “..เออ ก็สมดีนะ”
          “จะถือว่าเป็นคำชมละกัน… ว่าแต่ ท่านล่ะ?”
          “โชจิ… จริงๆนะ ข้าก็ไม่มีนามสกุลเหมือนกัน คนก็ชอบเรียกข้าว่าโชจุน**”
          “ไม่รู้จะพูดอะไรเลย ท่านยิงปืนเป็นด้วยเหรอ?”
          “ก็พอได้น่ะ.. อาชีพของข้ามาซะขนาดนี้แล้ว ยิ่งในยุคนี้แล้วด้วย ก็ต้องหัดอาวุธใหม่ๆไว้บ้างล่ะนะ”
          “..อืม ก็ดูสมกับเป็นท่านดีนะ”
          “แล้ว..เอ่อ.. ชิน ข้าเรียกชื่อนี้ได้ใช่มั้ย?”
          “ตามสบายเลย”
          “ชิน..เจ้าทำงานอะไรอยู่?”
          “ช่างศิลป์ของร้านบิเทสุ แต่ก็อยากเป็นเกอิชา..แปลกดีใช่มั้ยล่ะ ที่ผู้ชายอยากจะเป็นน่ะ”
          “ก็….”

          ยังไม่ทันได้พูดต่อ เด็กสาวในชุดยูคาตะสีสดใสซึ่งน่าจะเป็นเด็กเสิร์ฟของร้านก็นำเครื่องดื่มมาส่งให้ แก้วดินเผาเคลือบเงาสองถ้วยเล็กถูกวางไว้ตรงหน้าของทั้งสอง เหยือบใบจิ๋วสองใบสองสีก็ถูกวางลงมาติดๆกัน

          “เหยือกสีดำเป็นน้ำชา เหยือกสีแดงเป็นสาเกนะคะ” เด็กสาวเอ่ยแล้วยิ้มก่อนจะโค้งตัวและเดินออกไปเพื่อบริการให้โต๊ะอื่นต่อ

          “โชจิ…”
          “หืม?”
          “เราเรียกชื่อท่านด้วยชื่อนี้ได้ใช่มั้ย?”
          “ได้สิ ขนาดข้ายังเรียกท่านว่าชินเลย ทำไมเจ้าจะเรียกชื่อข้าไม่ได้”
          “ที่เราบอกไปเมื่อครู่ว่าเราจะเป็นเกอิชา ช่วยลืมมันไปเถอะนะ เพราะนั่นก็เป็นแค่ความฝันเราน่ะ”
          “แต่ข้าช่วยเจ้าได้นะ” 

          เพียงแค่ประโยคเดียวก็ทำให้เจ้าของชื่อชินนั้นถึงกับตาโตลุกวาวราวกับเด็กน้อยที่โดนหลอกล่อด้วยของเล่น โชจิเผยรอยยิ้มออกมา

          "แต่ข้ามีข้อเสนอแลกเปลี่ยนให้เจ้า.." 


          TBC

 
* Bishin : ผู้ที่งดงามทั้งภายนอกและภายใน
** Shoujun : การเล็งปืนให้โดนเป้าหมาย
***Yume no BishinHito Monogatari : เรื่องเล่าความฝันของชายหนุ่มผู้ที่งดงามทั้งภายนอกและภายใน

//////////
 
Talk :: 
>> ฟิคพีเรียดย้อนยุคไปช่วงญี่ปุ่นสมัยสงครามสงบค่ะ ฮ่าๆ ยอมรับว่าแต่งทั้งยากและง่ายในเวลาเดียวกัน คือพล็อตและเรื่องมันคิดไปได้เรื่อยๆ แต่การบรรยายรี่สิ จะทำยังไงให้มันดูย้อนยุคดี~
 
>> อ้อ บอกไว้ก่อนนะว่านี่เป็นออริจินอลฟิค อาจจะมีอ้างอิงถึงบุคคลที่มีอยู่จริง แต๋ก็ไม่ได้อ้างอิงมาจนเหมือนหมดทั้งตัว (เหรอออออ) ย้ำนะคะว่าออริฟิค อย่าคิดว่าเป้นของจริง ก๊ากกกกกกก
 
>> เนื่องจากว่าฟิคนี้เราเคยเอาไปลงที่เวิร์ดเพรสแล้ว(เมื่อกี้แอบพิมพ์เป็นเวิร์ดเลส 55) หลายๆคนคงได้อ่านกันมาบ้าง เราแก้ตอนจบตอนนี้นิดหน่อยนะ ไม่รู้จะน่าติดตามขึ้นไปบ้างรึปล่าว
 
>> มีคนถามมาด้วยว่าทำไมชินคุงถึงอยากเป็นเกอิชา คือเราจะสื่อให้ว่า เกอิชาเนี่ย ไม่ได้มีหน้าที่แค่เป็นนางบำเรอให้ผู้ชาย แต่เกอิชานั้นมีหน้าที่สร้างความบันเทิงให้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายด้วยการร้องเพลง เต้นรำ แล้วก็เล่นดนตรี (น่าจะรู้กันนะว่าชินคุงของเราอยากจะทำอะไร) ..จริงๆแล้วก็แอบวางไว้ด้วยว่าชินคุงมีรสนิยมชอบผู้ชายมากกว่าผู้หญิงล่ะ 555
 
ฝากเรื่องนี้ไว้ในใจด้วยนะทุกคน :-)
 
ปล.อยากได้ภาพปลากรอบฟิคคคคคค